ผู้ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์วินโดวส์บางส่วน น่าจะเคยเห็นไอคอน CoPoilot สำหรับใช้งาน AI ของไมโครซอฟต์บน Taskbar แต่ปีนี้ ทางไมโครซอฟต์จะอัปเดตแบบล้ำ ๆ อีกครั้ง ด้วยการเพิ่มปุ่ม CoPilot บนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ ในตำแหน่งปุ่ม Ctrl ด้านขวา

หลังจากที่ AI อยู่ในโปรแกรม แอปพลิเคชัน และบริการต่าง ๆ มากมาย วันนี้ ไมโครซอฟต์ได้ทำการนำ AI เข้ามาใกล้ชิดกับผู้ใช้งานมากขึ้น ด้วยการนำปุ่ม Ctrl ด้านขวาออกไป และนำปุ่ม CoPilot เข้ามาแทน แต่นั่นจะเกิดขึ้นในคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 11 รุ่นใหม่ที่จะวางจำหน่ายในปีนี้ ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่มีปุ่ม CoPilot สามารถพบได้ในงาน CES2024 ที่กำลังจัดขึ้นในขณะนี้

แม้ทางไมโครซอฟต์ยังไม่ระบุว่าคอมพิวเตอร์แบรนด์ใดจะเปลี่ยนปุ่มคีย์บอร์ดเป็นแบบใหม่บ้าง แต่เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศหลายเว็บ เช่น Pocketnow ระบุว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ Dell XPS 13 ที่เพิ่งเปิดตัว จะได้ใช้งานปุ่ม CoPilot นี้แล้ว นอกจากนี้ ทางไมโครซอฟต์ยังเปิดเผยว่า คอมพิวเตอร์ OEM หลายรุ่นจะมีปุ่ม CoPilot มาด้วย รวมถึงโน้ตบุ๊คและแท็บเล็ต Surface ที่จะเปิดตัวในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ Pocketnow แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ไมโครซอฟต์ไม่รวมฟีเจอร์ CoPilot เข้ากับปุ่ม Windows ทางซ้ายมือ แต่กลับใส่แทนที่ปุ่ม Ctrl ด้านขวาแทน แม้ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเจอเมนู CoPilot ที่แถบ Taskbar และช่อง Search แล้ว ไหงจึงต้องเพิ่มปุ่มสำหรับใช้งานฟีเจอร์นี้โดยเฉพาะ ซึ่งต้องรอดูต่อไปว่าไมโครซอฟต์จะอัปเดตการใช้งาน CoPilot ไปในทิศทางใด

ปุ่ม Copilot จะถูกเพิ่มลงในคีย์บอร์ดของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ ผู้ใช้งานสามารถกดปุ่มเพื่อเรียกใช้งาน Copilot ระบบ Chatbot ภายใน Windows ได้ทันที อย่างไรก็ตามผู้ใช้งานจะต้องทำการ Log in ด้วย Microsoft Account ก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ ซึ่งหากไม่ทำการ Log in จะเป็นการเรียกใช้งาน Windows Search แทน ก่อนหน้านี้ Microsoft ได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ เช่น AMD, Intel และ Qualcomm ในการปรับปรุงการใช้งาน AI บน Windows โดยดึงความสามารถของ GPU, CPU, NPU และ Cloud เข้ามารวมกัน

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในงาน CES จะมีการใส่ปุ่ม Copilot เพิ่มเข้ามา ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ Surface ที่จะเปิดตัวในอนาคตอีกด้วย ซึ่ง Microsoft คาดว่า การเพิ่มปุ่ม Copilot จะช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งาน AI สำหรับผู้ใช้งาน Windows ในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น เช่นเดียวกับที่เคยเพิ่มปุ่ม Windows ลงบนคีย์บอร์ดในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา

Leave a Reply